
VeraCrypt (โปรแกรมเข้ารหัสเพื่อรักษาข้อมูลไฟล์ไว้เป็นความลับ) : โปรแกรม VeraCrypt เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการ เข้ารหัส (Encryption) ข้อมูลระดับสูงสุดโดยเฉพาะ โดยได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากโปรแกรมในตำนานอย่าง TrueCrypt ที่หยุดการพัฒนาไป จุดประสงค์หลักของมันคือ การเปลี่ยนข้อมูลที่สำคัญของคุณให้กลายเป็นรหัสที่สลับซับซ้อนจนไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้หากไม่มีกุญแจ หรือรหัสผ่านที่ถูกต้อง โดยทางผู้พัฒนาได้ทำการยกระดับความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มจำนวนรอบในการคำนวณอัลกอริทึม (Iterations) ซึ่งช่วยป้องกันการโจมตีแบบเดาสุ่ม หรือการใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ถอดรหัสได้ดีกว่าโปรแกรมอื่น ๆ ในท้องตลาดอย่างมาก
ความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของ โปรแกรม VeraCrypt คือ การสร้างสิ่งที่เรียกว่า Encrypted Container หรือไฟล์ตู้เซฟจำลอง โดยโปรแกรมจะสร้างไฟล์ขึ้นมาหนึ่งไฟล์ที่ผู้ใช้สามารถกำหนดขนาดได้ตามต้องการ เช่น 10 GB. ซึ่งไฟล์นี้จะดูเหมือนไฟล์ขยะที่เสีย หรือไม่มีข้อมูลใด ๆ สำหรับคนทั่วไป แต่เมื่อผู้ใช้เปิดผ่านโปรแกรม VeraCrypt และใส่รหัสผ่านที่ถูกต้อง ไฟล์นี้จะถูกติด หรือเมานต์ (Mount) เข้าสู่ ระบบปฏิบัติการ (OS) ในฐานะ "ไดรฟ์จำลอง" เช่น Drive Z: ให้คุณสามารถลากไฟล์เอกสาร, รูปภาพ หรือวิดีโอส่วนตัวไปวางไว้ได้ทันที เมื่อคุณใช้งานเสร็จ และสั่งปิดการเชื่อมต่อ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกล็อกกลับไปอยู่ในไฟล์เดียวอย่างปลอดภัยทันที
นอกจากการสร้างไฟล์ตู้เซฟแล้ว โปรแกรม VeraCrypt ยังมีความสามารถในการเข้ารหัสในระดับที่ลึกกว่านั้น นั่นคือ การเข้ารหัส พาร์ทิชัน (Partition) หรือ ฮาร์ดดิสก์ (HDD) ทั้งลูก รวมถึง แฟลชไดรฟ์ (Flash Drive) เพื่อให้มั่นใจว่าหากอุปกรณ์เหล่านี้สูญหาย ข้อมูลข้างในจะไม่มีวันรั่วไหล และสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสูงสุด โปรแกรมนี้สามารถเข้ารหัสระบบปฏิบัติการ (System Encryption) ทั้งหมดได้ ซึ่งหมายความว่าทุกครั้งที่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณจะต้องกรอกรหัสผ่านในหน้าจอดำ ๆ ก่อนที่ วินโดวส์ (Windows) หรือ แมคโอเอส (macOS) จะเริ่มทำงานเสียอีก หากรหัสไม่ถูกต้อง เครื่องก็จะไม่สามารถบูตเข้าระบบได้เลย
สิ่งที่ทำให้ โปรแกรม VeraCrypt แตกต่างจากโปรแกรมเข้ารหัสทั่วไปคือ ฟีเจอร์ Hidden Volume หรือตู้เซฟลับซ้อนตู้เซฟ ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือ กับสถานการณ์ที่ผู้ใช้ถูกบังคับให้เปิดเผยรหัสผ่าน โดยผู้ใช้สามารถสร้างตู้เซฟชั้นในซ่อนไว้ในตู้เซฟชั้นนอกได้เมื่อผู้ใช้ถูกบังคับ ผู้ใช้สามารถให้รหัสผ่านของตู้เซฟชั้นนอกเพื่อแสดงไฟล์ที่ดูเหมือนสำคัญแต่ไม่มากนักให้ผู้ตรวจค้นดู โดยที่ผู้ตรวจค้นจะไม่สามารถพิสูจน์ได้เลยว่ามีตู้เซฟชั้นในที่ซ่อนความลับสุดยอดอยู่อีกชั้นหนึ่ง เพราะทางเทคนิคแล้วพื้นที่ที่เหลือจะดูเหมือนข้อมูลสุ่มที่ไร้ค่าเท่านั้น
โปรแกรม VeraCrypt เป็นซอฟต์แวร์ ฟรี (Free) ที่พัฒนาแบบ โอเพ่นซอร์ส (Open-Source) ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานแบบ Apache License Version 2.0 ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถใช้งาน, ดัดแปลง, แจกจ่าย และเข้าถึง โค้ดต้นฉบับ (Source Code) ได้อย่างเสรี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
หากต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกับทางผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ได้ผ่านทางช่องทางเว็บไซต์ (Website) : https://veracrypt.io/en/Home.html (ภาษาอังกฤษ) ได้เลย
VeraCrypt is a software specifically designed for high-level data encryption. It was developed as a successor to the legendary TrueCrypt, which is no longer in development. Its primary objective is to transform your sensitive data into a complex cipher, ensuring that no one can access it without the correct key or password. The developers have taken security to the next level by significantly increasing the number of iterations in the encryption algorithms. This provides much better protection against brute-force attacks or supercomputer-based decryption compared to other programs currently on the market.
The most prominent feature of VeraCrypt is its ability to create an "Encrypted Container" or a virtual safe file. The software creates a single file of a user-defined size such as 10GB which appears to outsiders as corrupted junk or meaningless data. However, when accessed through VeraCrypt with the correct password, this file is "mounted" to the operating system as a virtual drive (e.g., Drive Z:). This allows you to instantly drag and drop documents, photos, or private videos into it. Once you are finished and unmount the drive, all information is immediately and securely locked back into that single file.
คำสำคัญ