
WeekToDo (โปรแกรมวางแผนงานรายสัปดาห์สไตล์มินิมอล) : โปรแกรม WeekToDo เป็นวางแผนตารางเวลา และจัดการรายการสิ่งที่ต้องทำ ที่เน้นความเรียบง่าย และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างสูงสุด
จุดเด่นที่ทำให้โปรแกรม WeekToDo แตกต่างจากโปรแกรมจัดการงานทั่วไปคือ การเน้นมุมมองแบบ "รายสัปดาห์ (Weekly)" เป็นหลัก เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เห็นภาพรวมของสิ่งที่ต้องทำตลอดทั้ง 7 วันได้อย่างชัดเจน แทนที่จะจดจ่ออยู่แค่รายการงานของวันนี้เพียงอย่างเดียว โดยหน้าจอของโปรแกรมจะแบ่งเป็นคอลัมน์ของแต่ละวันในสัปดาห์ ทำให้ผู้ใช้สามารถลากและวางงานสลับไปมาตามวันต่าง ๆ ได้อย่างอิสระตามความเหมาะสมของเวลา
ในด้านความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว โปรแกรม WeekToDo มีจุดแข็งที่สำคัญมากคือ การเป็นโปรแกรมแบบ "Local Storage" หรือการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้โดยตรง ไม่มีการส่งข้อมูลงาน หรือตารางเวลาส่วนตัวขึ้นไปเก็บบนระบบ คลาวด์ (Cloud) ของผู้พัฒนาแต่อย่างใด ส่งผลให้ไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ได้นอกจากตัวผู้ใช้เอง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ตอบโจทย์ผู้ที่กังวลเรื่องการถูกเจาะระบบ หรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
ฟังก์ชันการใช้งานภายในโปรแกรมครอบคลุมความต้องการพื้นฐานอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายการสิ่งที่ต้องทำแบบกำหนดเอง, การสร้างงานย่อย (Sub-tasks) ภายใต้งานหลัก, การตั้งค่ารายการที่ต้องทำซ้ำ (Recurring Tasks), การใส่สีเพื่อแยกหมวดหมู่งาน, การตั้งเวลา และระบบแจ้งเตือน รวมถึงยังรองรับการเขียนบันทึกด้วยรูปแบบ Markdown และมีโหมดมืด (Dark Mode) สำหรับถนอมสายตาขณะใช้งาน
ปัจจุบัน โปรแกรม รองรับทั้ง ระบบปฏิบัติการ (OS) หลักทั้ง วินโดวส์ (Windows), แมคโอเอส (macOS) และ ลีนุกซ์ (Linux) ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการเลือกใช้ตามอุปกรณ์ที่สะดวก โดยผู้ที่สนใจด้านการเขียนโปรแกรมยังสามารถเข้าไปดูซอร์สโค้ด หรือมีส่วนร่วมในการพัฒนาผ่านหน้า GitHub ของโปรเจกต์นี้ได้อีกด้วย
ออกแบบหน้า ส่วนติดต่อผู้ใช้งานแบบกราฟิก (GUI) ให้แสดงผลเป็นคอลัมน์ของแต่ละวันในหนึ่งสัปดาห์ ช่วยให้วางแผนงานระยะกลางได้ดีกว่าการดูแค่รายวัน
ข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ในเครื่องของผู้ใช้ (Local Storage) ไม่มีการซิงค์ข้อมูลลง เซิร์ฟเวอร์ (Server) ภายนอก ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวจะไม่ถูกเข้าถึงโดย บุคคลที่สาม (3rd-Party)
สามารถลาก และวางการ์ดงานเพื่อย้ายวัน หรือจัดลำดับความสำคัญของงานได้อย่างอิสระ และรวดเร็ว
รองรับการแตกงานใหญ่ให้เป็นขั้นตอนย่อย ๆ และสามารถเขียนรายละเอียดเพิ่มเติมในรูปแบบ Markdown เพื่อปรับแต่งตัวอักษรให้สวยงาม
ตั้งค่าให้งานปรากฏขึ้นโดยอัตโนมัติในทุกสัปดาห์ หรือตามรอบที่กำหนด เหมาะสำหรับกิจวัตรประจำวันหรือการประชุมประจำ
สามารถกำหนดสีให้แต่ละงานเพื่อแยกแยะประเภท เช่น งานส่วนตัว, งานออฟฟิศ หรือโปรเจกต์พิเศษ ทำให้สแกนสายตาหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น
ตั้งเวลาแจ้งเตือนสำหรับงานสำคัญ เพื่อป้องกันการลืมกำหนดการ หรือเส้นตายต่าง ๆ
ใช้งานได้ทั้งบน เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) และมีโปรแกรมติดตั้งสำหรับ Windows, macOS และ Linux รวมถึงรองรับหลายภาษารวมถึงภาษาไทย (บางส่วน)
มีโหมดมืด (Dark Mode) สำหรับคนชอบทำงานกลางคืน และสามารถซ่อน/แสดงคอลัมน์วันเสาร์-อาทิตย์ได้ตามความต้องการ
โปรแกรม WeekToDo เป็นซอฟต์แวร์ ฟรี (Free) ที่พัฒนาแบบ โอเพ่นซอร์ส (Open-Source) ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานแบบ GPL-3.0 License ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถใช้งาน, ดัดแปลง, แจกจ่าย และเข้าถึง โค้ดต้นฉบับ (Source Code) ได้อย่างเสรี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
หากต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกับทางผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ได้ผ่านทางช่องทางเว็บไซต์ (Website) : https://weektodo.me/ (ภาษาอังกฤษ) ได้เลย
WeekToDo is a schedule planner and task management tool that emphasizes simplicity and places the highest priority on user privacy.
The standout feature that sets WeekToDo apart from typical task management software is its primary focus on a "Weekly View." This allows users to see a clear overview of everything they need to accomplish throughout all seven days, rather than being confined to just today's tasks. The interface is organized into columns for each day of the week, enabling users to freely drag and drop tasks between different days as their schedule dictates.
In terms of security and privacy, WeekToDo’s key strength is its "Local Storage" architecture. All data is stored directly on the user’s computer; no task information or personal schedules are ever uploaded to the developer's cloud. This ensures that no one can access the user's data except the users themselves—a concept that perfectly addresses concerns regarding hacking or personal data leaks.