
Vifm (โปรแกรมจัดการไฟล์บน Terminal) : โปรแกรม Vifm ย่อมาจาก Vi File Manager มันคือ "โปรแกรมจัดการไฟล์ผ่านหน้าต่าง Terminal" ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานบน ระบบปฏิบัติการ (OS) กลุ่ม Unix-like เช่น ลีนุกซ์ (Linux), แมคโอเอส (macOS) รวมไปถึง วินโดวส์ (Windows) ผ่าน สภาพแวดล้อมจำลอง (Virtual Machine) โดยจุดเด่นที่สุดของโปรแกรมนี้คือ การนำเอาวิธีการควบคุม และคีย์ลัดจากโปรแกรมแก้ไขข้อความยอดนิยมอย่าง โปรแกรม Vim มาประยุกต์ใช้ในการจัดการไฟล์ทั้งหมด
เพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง โปรแกรม Vifm ทำงานโดยใช้ ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (UI) แบบข้อความหรือ TUI (Text-Based User Interface) ผ่าน ไลบรารี (Library) ncurses หน้าจอหลักจะแสดงผลเป็นตารางช่องสี่เหลี่ยมแยกสองฝั่งซ้ายขวา (Dual-Pane) คล้ายกับโปรแกรมจัดการไฟล์ยุคคลาสสิกอย่าง Midnight Commander การแยกช่องสองฝั่งนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถคัดลอก, เคลื่อนย้าย หรือเปรียบเทียบไฟล์ระหว่างสองไดเรกทอรีได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างใหม่

แก่นสำคัญที่ทำให้ โปรแกรม Vifm แตกต่างจากโปรแกรมจัดการไฟล์ทั่วไปคือ ระบบการควบคุมด้วย คีย์บอร์ด (Keyboard) แบบ 100% โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องแตะ เมาส์ (Mouse) เลยแม้แต่น้อย หากคุณเป็นคนที่ใช้โปรแกรม Vim หรือโปรแกรม Vi อยู่แล้ว คุณจะสามารถใช้งานโปรแกรมนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้คำสั่งใหม่ เช่น การกด "ปุ่ม j" และ "ปุ่ม k" เพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ขึ้นลง การกด "ปุ่ม h" เพื่อย้อนกลับไปยังโฟลเดอร์ก่อนหน้า และการกด "ปุ่ม l" เพื่อเปิดโฟลเดอร์ หรือไฟล์นั้น นอกจากนี้ยังมีคำสั่งจัดการไฟล์ที่คุ้นเคย เช่น การกด dd เพื่อตัดไฟล์ และการกด yy เพื่อคัดลอกไฟล์ เหมือนการควบคุมในโปรแกรม Vim จากนั้นจึงไปกด "ปุ่ม p" ในอีกหน้าต่างเพื่อวางไฟล์ลงไป
นอกเหนือจากการจำลองปุ่มกดแล้ว โปรแกรม Vifm ยังรองรับระบบลงทะเบียนข้อมูลหรือ Registers สำหรับเก็บไฟล์ที่คัดลอกไว้ในหน่วยความจำชั่วคราวหลาย ๆ ชุดพร้อมกัน และยังมีระบบคัดกรองไฟล์ (File Filtering) ที่ทรงพลัง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซ่อน หรือแสดงเฉพาะไฟล์ที่ต้องการได้อย่างง่ายดายผ่านการพิมพ์คำสั่ง ส่วนติดต่อผู้ใช้แบบบรรทัดคำสั่ง (CLI) เพื่อค้นหาแบบนิพจน์ทั่วไป (Regular Expression) รวมไปถึงระบบการเปลี่ยนชื่อไฟล์พร้อมกันทีละหลาย ๆ ไฟล์ (Bulk Rename) ซึ่งจะเปิดหน้าต่างแก้ไขข้อความขึ้นมาให้เราแก้ไขชื่อไฟล์ทั้งหมดในคราวเดียวเหมือนกับการแก้ไขข้อความธรรมดา
ในด้านการปรับแต่ง และการเชื่อมต่อ โปรแกรม Vifm ได้รับแรงบันดาลใจเพิ่มเติมมาจากโปรแกรมอ่านอีเมลบนเทอร์มินัลอย่าง mutt ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งหน้าตา, สีสัน (Colorschemes) และกำหนดเงื่อนไขการเปิดไฟล์ได้อย่างอิสระ ตัวอย่างเช่น เราสามารถตั้งค่าให้โปรแกรมเลือกเปิดไฟล์รูปภาพด้วยโปรแกรมดูภาพที่เราชอบ หรือเปิดไฟล์เอกสารด้วยโปรแกรมเฉพาะทางได้ทันที ยิ่งไปกว่านั้น Vifm ยังมี ปลั๊กอิน (Plug-in) อย่างเป็นทางการที่ช่วยเชื่อมต่อตัวมันเองเข้ากับโปรแกรม Vim หรือ โปรแกรม Neovim เพื่อทำหน้าที่เป็นหน้าต่างเลือกเปิดไฟล์ (File Picker) ภายในโปรแกรมแก้ไขข้อความได้โดยตรง
กล่าวได้ว่า โปรแกรม Vifm เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ใช้สาย Power User หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ชื่นชอบการทำงานผ่านคีย์บอร์ดและ Terminal เป็นหลัก มันช่วยเพิ่มความเร็วในการบริหารจัดการโครงสร้างไฟล์ในระบบปฏิบัติการ, ลดการพึ่งพาเมาส์ และหลอมรวมสภาพแวดล้อมการทำงานของโปรแกรมจัดการไฟล์ กับโปรแกรมแก้ไขข้อความให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ทำงานบนหน้าต่างคำสั่ง (Terminal) ทั้งหมดผ่านไลบรารี ncurses กินทรัพยากรระบบต่ำมาก และทำงานได้อย่างรวดเร็ว
รองรับการเปิดแท็บในแต่ละฝั่งหน้าต่าง ช่วยให้สามารถสลับไปมาระหว่างโฟลเดอร์ต่าง ๆ ที่ใช้งานบ่อยได้พร้อมกันหลายหน้าจอ
มีช่องสำหรับพิมพ์คำสั่งด้านล่างสุดของโปรแกรม โดยขึ้นต้นด้วย "เครื่องหมาย :" เช่นเดียวกับใน Vim เช่น :quit, :help
ใช้คีย์ลัดที่คุ้นเคยในการจัดการไฟล์ ยกตัวอย่างเช่น
มีโหมด Visual (v หรือ V) สำหรับเลือกไฟล์ทีละหลาย ๆ ไฟล์พร้อมกันเพื่อทำคำสั่งอื่น ๆ ต่อไป
รองรับระบบลบบอร์ดเก็บข้อมูลชั่วคราวหลายชุด ทำให้สามารถคัดลอกไฟล์จากหลาย ๆ ที่เก็บแยกกันไว้ แล้วเลือกสั่งวางเฉพาะไฟล์ที่ต้องการได้
ฟังก์ชันเปลี่ยนชื่อไฟล์พร้อมกันทีละหลายไฟล์ โดยโปรแกรมจะส่งรายชื่อไฟล์ทั้งหมดไปยัง Text Editor เช่น Vim ให้เราแก้ไขในรูปแบบข้อความธรรมดา เมื่อบันทึก และปิด Editor ชื่อไฟล์จะถูกเปลี่ยนตามนั้นทันที
ระบบคัดกรองเพื่อซ่อน หรือแสดงไฟล์ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยสามารถใช้ Regular Expression (Regex) ในการค้นหา และคัดกรองได้อย่างละเอียด
มีระบบถังขยะในตัว แทนที่จะลบไฟล์ทิ้งถาวรทันที ช่วยป้องกันความผิดพลาดในการกดลบไฟล์
สามารถตั้งค่ากำหนดได้ว่าไฟล์นามสกุลใด ให้เปิดด้วยโปรแกรมอะไรในระบบ เช่น ไฟล์ภาพให้เปิดด้วย sxiv, ไฟล์วิดีโอให้เปิดด้วย mpv
มีปลั๊กอินที่ช่วยให้สามารถเรียกใช้ Vifm เป็นหน้าต่างเลือกไฟล์ (File Picker) อยู่ภายในโปรแกรม Vim หรือ Neovim ได้โดยตรง
ผู้ใช้สามารถแก้ไขไฟล์คอนฟิก (vifmrc) เพื่อสร้างคีย์ลัดใหม่ (Mappings), เปลี่ยนชุดสี (Colorschemes) หรือเขียนสคริปต์สั่งงานอัตโนมัติตามต้องการ
โปรแกรม Vifm เป็นซอฟต์แวร์ ฟรี (Free) ที่พัฒนาแบบ โอเพ่นซอร์ส (Open-Source) ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานแบบ GPL 2.0 ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถใช้งาน, ดัดแปลง, แจกจ่าย และเข้าถึง โค้ดต้นฉบับ (Source Code) ได้อย่างเสรี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
หากต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกับทางผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ได้ผ่านทางช่องทางเว็บไซต์ (Website) : https://vifm.info/ (ภาษาอังกฤษ) ได้เลย
Vifm stands for Vi File Manager. It is a terminal-based file manager designed to run on Unix-like operating systems such as Linux and macOS, as well as Windows via a virtual environment. The most prominent feature of this program is its integration of keybindings and control methods from the popular text editor Vim, applying them directly to overall file management.
To understand it more deeply, Vifm operates using a Text-based User Interface (TUI) powered by the ncurses library. The main screen displays a dual-pane layout, similar to classic file managers like Midnight Commander. This split-screen design allows users to quickly copy, move, or compare files between two directories without the need to open a new window.
The core element that sets Vifm apart from conventional file managers is its 100% keyboard-driven control system, eliminating the need to touch a mouse entirely. If you are already a Vim or Vi user, you can start using this program immediately without learning new commands. For instance, you can press "j" and "k" to move the cursor up and down, "h" to go back to the parent folder, and "l" to open a folder or file. It also features familiar file management commands, such as pressing "dd" to cut a file and "yy" to copy it just like controlling text in Vim and then pressing "p" in the other pane to paste the file.
Beyond mirroring keybindings, Vifm supports registers for storing multiple copied files in temporary memory simultaneously. It also includes a powerful file filtering system, enabling users to easily hide or display specific files by typing commands into the command-line interface (CLI) using regular expressions. Additionally, it offers a bulk renaming feature, which opens a text editor window where you can modify multiple filenames at once as if you were editing plain text.
In terms of customization and integration, Vifm draws further inspiration from mutt, a terminal-based email client. This allows users to freely customize the interface, color schemes, and file execution rules. For example, you can configure the program to open image files with your preferred image viewer or launch specific programs for documents automatically. Furthermore, Vifm provides an official plugin that seamlessly integrates with Vim or Neovim, allowing it to function directly as an internal file picker within the text editor.
คำสำคัญ